วันเสาร์ที่ 23 เดือน กันยายน พุทธศักราช 2560 | เวลา 18 นาฬิกา 23 นาที
 
 หน้าแรกของเว็บไซต์
 ประวัติต่าง ๆ วัดช่องลม
ประวัติวัดสุทธิวาตวราราม ประวัติพระอุโบสถ ประวัติพระประธาน ประวัติเจ้าอาวาสวัดช่องลม ประวัติหลวงปู่แก้ว ประวัติวิหารหลวงปู่แก้ว ประวัตินกนางแอ่นในวิหาร ประวัติผู้ก่อตั้งวัดช่องลม ประวัติวัตถุมงคล ประวัติอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ประวัติอุทยานพระโพธิสัตว์กวนอิม
 ประวัติต่าง ๆ สมุทรสาคร
พระพุทธเจ้าหลวงกับสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาครในอดีต ตราประจำจังหวัดสมุทรสาคร ตราสัญลักษณ์เทศบาลสมุทรสาคร ท่าเรือเทศบาลเมืองสมุทรสาคร ประวัติโรงพยาบาลสมุทรสาคร
 เพลงธรรมะ - เสียงธรรม
 เส้นทางมาวัดสุทธิวาตวราราม
 แบบฟอร์มติดต่อ-สอบถาม





























































   


พระบรมสารีริกธาตุ

  
ความหมายของคำว่าพระบรมสารีริกธาตุ

พระบรมสารีริกธาตุพระธาตุสาวกสมัยพุทธกาลพระธาตุสาวกหลังกึ่งพุทธกาล
"พระบรมสารีริกธาตุ"
คือ พระธาตุส่วนย่อยที่บังเกิดแต่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยเฉพาะ มิได้เป็นคำที่ใช้เรียก พระธาตุของพระอรหันตสาวก หรือพระธาตุเจดีย์ต่างๆ (บางทีเรียกว่า"พระบรมธาตุ")

"พระธาตุ" คือ กระดูก หรือ ส่วนของร่างกายต่างๆ เช่น ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง โลหิต ฯลฯ ที่มีคุณลักษณะเป็นที่แตกต่างจากสามัญชนทั่วไป โดยมีลักษณะคล้าย ' ธาตุ ' ซึ่งหากมองโดย ไม่สังเกตให้ดีแล้ว ก็คล้าย กรวด หิน แก้ว เพชร ฯลฯ

คำว่า พระบรมธาตุ และ พระธาตุ ยังอาจหมายถึงสถูปเจดีย์ต่างๆได้อีกด้วย เช่น พระบรมธาตุไชยา พระธาตุดอยสุเทพ พระธาตุพนม ฯลฯ



ประเภทของพระบรมสารีริกธาตุ

เนื่องจากพระบรมสารีริกธาตุที่พบนั้น มีความแตกต่างจากอัฐิของบุคคลธรรมดาทั่วไป แต่อย่างไรก็ตามยังพบลักษณะของ พระบรมสารีริกธาตุที่มีลักษณะเหมือนกระดูกคนเช่นกัน เท่าที่พบเห็นได้ตามพระธาตุเจดีย์ทั่วไป หรือตามพิพิธภัณฑสถานต่างๆทั้งในประเทศไทย ศรีลังกา อินเดีย และ ที่ต่างๆ ทั่วโลก สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่

พระบรมสารีริกธาตุ ลักษณะ 'พระธาตุ'

พระบรมสารีริกธาตุลักษณะนี้ จะพบมากในประเทศไทย ศรีลังกา จีน พม่า ฯลฯ มีลักษณะตรงตามพระไตรปิฎก ในประเทศไทยมีประดิษฐานอยู่ที่เจดีย์พระธาตุ ตามวัดต่างๆทั่วไป
พระบรมสารีริกธาตุ ลักษณะ 'กระดูกคน'

พระบรมสารีริกธาตุลักษณะนี้ จะพบเฉพาะในประเทศอินเดีย ตามโบราณสถานต่างๆ ที่ขุดค้น สำหรับในประเทศไทย รัฐบาลอังกฤษได้มอบให้แก่ประเทศไทย 2 ครั้ง ครั้งแรกพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้ประดิษฐานอยู่ ณ เจดีย์ภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และครั้งที่ 2 รัฐบาลได้อัญเชิญไปประดิษฐาน ณ เจดีย์วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน

* ในภาพเป็นพระบรมสารีริกธาตุที่จัดแสดง ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอินเดีย


คุณลักษณะของพระบรมสารีริกธาตุ

คุณลักษณะของพระบรมสารีริกธาตุ จะแตกต่างจากกระดูกของมนุษย์หลายประการ ที่สามารถเห็นได้อย่างชัดเจน คือ หากมองจากลักษณะภายนอก

  - มีด้วยกันหลายสี ตั้งแต่ใสดั่งแก้วจนกระทั่งขุ่น สีขาวดุจสีสังข์ สีทอง สีดำ สีชมพู สีแดง ฯลฯ
  - มีหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ ลักษณะเมล็ดข้าวสาร พันธุ์ผักกาด เมล็ดถั่วแตก แก้วใส ฯลฯ
  - สามารถลอยน้ำได้ เมื่อลอยด้วยกันจะสามารถดึงดูดเข้าหากันได้ และลอยติดกันเป็นแพ
  - สามารถเสด็จมาเพิ่มจำนวนขึ้นหรือลดลงได้เอง ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของพระธาตุ
  - เปลี่ยนขนาดและสีสันเองได้

พระบรมสารีริกธาตุลักษณะต่างๆ

ตามอรรถกถาในพระไตรปิฎกนั้น พระอรรถกถาจารย์ได้แบ่งลักษณะของพระบรมสารีริกธาตุออกเป็น 2 ลักษณะใหญ่ๆ คือ

1.นวิปฺปกิณฺณา ธาตุ คือ พระบรมสารีริกธาตุที่ยังคงรูปร่างเดิมอยู่เป็นชิ้นเป็นอัน มิได้แตกย่อยลงไป มีทั้งหมด 7 องค์ ได้แก่ พระนลาฏ (กระดูกหน้าผาก)1องค์ พระเขี้ยวแก้ว 4 องค์ และพระรากขวัญ (กระดูกไหปลาร้า)2 องค์

2.วิปฺปกิณฺณา ธาตุ คือ พระบรมสารีริกธาตุส่วนต่างๆขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่มิได้คงรูปร่างอยู่เป็นชิ้น แต่แตกย่อยลงเป็นเป็นจำนวนมาก กระจายไปประดิษฐานตามสถานที่ต่างๆ

ซึ่งพระอรรถกถาจารย์ท่านได้จำแนกลักษณะและขนาดของพระบรมสารีริกธาตุชนิด วิปฺปกิณฺณา ธาตุ ต่อไปอีกดังนี้ เมื่อพิจารณาจากลักษณะภายนอก แบ่งออกได้เป็น 3 ลักษณะ คือ

1. เหมือนดอกมะลิตูม (สีพิกุล)
ท่านว่าตวงได้ 6 ทะนาน
2. เหมือนแก้วมุกดาที่เจียรไนแล้ว (สีผลึก)
ท่านว่าตวงได้ 5 ทะนาน
3. เหมือนจุณ หรือ ผงทองคำ (สีทองอุไร)
ท่านว่าตวงได้ 5 ทะนาน

และเมื่อพิจารณาจากขนาด ท่านแบ่งได้เป็น 3 ขนาด ได้แก่

1.ขนาดเล็ก ประมาณเมล็ดพันธุ์ผักกาด
บางท่านก็เรียกว่า พระบรมสารีริกธาตุลักษณะเมล็ดพันธุ์ผักกาด
2.ขนาดเขื่อง คือมีขนาดใหญ่ขึ้นมา ประมาณเมล็ดข้าวสารหักกึ่ง
บางท่านก็เรียกว่า พระบรมสารีริกธาตุลักษณะข้าวสาร
3.ขนาดใหญ่ คือมีขนาดใหญ่ที่สุด ประมาณเมล็ดถั่วเขียว
บางท่านก็เรียกว่า พระบรมสารีริกธาตุลักษณะเมล็ดถั่ว

* สำหรับลักษณะสี สัณฐาน และขนาดของพระบรมสารีริกธาตุนั้น มีปรากฏในอรรถกถาสุมังคลวิลาสินี *

พระธาตุลอยน้ำ

ลักษณะการลอยน้ำของพระบรมสารีริกธาตุ

การดึงดูดกันเมื่อลอยรวมกันหลายองค์

ตามโบราณาจารย์ต่างๆท่านกล่าวว่า พระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุที่มีขนาดไม่ใหญ่นักนั้น สามารถที่จะลอยน้ำได้ ส่วนการลอยน้ำของพระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุนั้น จะลอยน้ำโดยที่น้ำจะเป็นแอ่งบุ๋มลงไปรองรับพระบรมสารีริกธาตุไว้ นอกจากนี้อาจปรากฏรัศมีของน้ำรอบๆพระบรมสารีริกธาตุอีกด้วย ทั้งนี้หากทำการลอยพร้อมๆกันหลายๆองค์ พระบรมสารีริกธาตุจะค่อยๆลอยเข้าหากันและติดกันในที่สุด ไม่ว่าจะลอยห่างกันสักเพียงใด

นี่เองจึงเป็นเหตุให้มีผู้กล่าวว่า หากมีพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานอยู่ ณ ที่ใดแล้ว หากมีการถวายความเคารพเป็นอย่างดีและเหมาะสมแล้ว ท่านก็สามารถที่จะดึงดูดองค์อื่นๆให้เสด็จมาประทับรวมกันได้

อย่างไรก็ตาม ครูบาอาจารย์ทั้งหลาย ได้ห้ามมิให้ทำการทดสอบพระบรมสารีริกธาตุด้วยการลอยน้ำ โดยถือว่าเป็นการดูหมิ่นคุณขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเหตุการณ์นี้ คุณหญิงสุรีพันธุ์ มณีวัต ได้เล่าไว้ในงานเขียนของท่านที่เกี่ยวกับพระบรมสารีริกธาตุ และภายหลังท่านจึงได้ทำการขอขมาต่อสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยเหตุนี้



 



สงวนลิขสิทธิ์ 2553-2555 โดย พี แอนด์ พี คอมพิวเตอร์
= หนังสืออ้างอิง = เกี่ยวกับผู้จัดทำ =